top of page

Search Results

พบ 182 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา

โพสต์ในบล็อก (70)

  • เช็กด่วน! บินสายการบินนี้ ต้องลงประตูไหน? สรุปครบจบที่เดียว ณ สุวรรณภูมิ

    เคยไหม? ไปถึงสุวรรณภูมิแล้วงงไปหมด จะบอกแท็กซี่ให้จอดประตูไหนดี? 🚗💨 วันนี้เราสรุปมาให้แบบเน้นๆ กับรายชื่อสายการบินแยกตามประตูทางเข้า (Entrance) ชั้น 4 ผู้โดยสารขาออก บินครั้งหน้าไม่มีหลงแน่นอน! 🛫 สรุปประตูทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ (ขาออก) ประตู 1: ประตูเฉพาะสำหรับผู้โดยสาร THAI (การบินไทย) ระดับ Royal First และ Royal Silk โดยเฉพาะ ใครบินหรูบินสบาย มาลงตรงนี้ได้เลย ประตู 2: เน้นสายการบินในประเทศและเอเชีย เช่น THAI, Thai Smile, Jeju Air, Xiamen Air และ Spring Airlines ประตู 3: สายการบินดังเพียบ ทั้ง Bangkok Airways, Indigo, Jetstar, Swiss และ SpiceJet ประตู 4: ประตูนานาชาติยอดฮิต! มีทั้ง THAI, Austrian, Lufthansa, British Airways, Vietjet, Finnair และ FlyScoot ประตู 5: รวมสายการบินชั้นนำอย่าง Singapore Airlines, Korean Air, Asiana Airlines, Tigerair และ Shanghai Airlines ประตู 6: สายการบินโซนเอเชียและยุโรป เช่น Cathay Pacific, Vietnam Airlines, ANA, Malaysia Airlines, Delta และ Aeroflot ประตู 7: สำหรับสายการบินตะวันออกกลางและออสเตรเลีย เช่น Qatar Airways, Etihad, Qantas, Air France, KLM และ Jin Air ประตู 8: รวมสายการบินฝั่งเอเชียและสายการบินพันธมิตร เช่น Japan Airlines (JAL), EVA Air, Air Macau, Royal Jordanian และ Hainan Airlines ประตู 9: ประตูเพื่อนบ้านและสายการบินระยะไกล เช่น Emirates, Lao Airlines, China Airlines, SriLankan, Air Astana และ EgyptAir ประตู 10: ประตูสุดท้าย (International Entrance) รวมสายการบินนานาชาติที่หลากหลาย เช่น Turkish Airlines, China Southern, Ethiopian, Air India, Gulf Air และ Philippine Airlines 💡 ทริคเล็กๆ สำหรับนักเดินทาง เช็ก Terminal ล่วงหน้า: แม้จะมีประตูบอกชัดเจน แต่ควรเช็กจากแอปฯ หรือ Boarding Pass อีกทีเพื่อความชัวร์ เผื่อเวลาเดินทาง: สนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบินที่ใหญ่มาก ควรไปถึงก่อนเวลาอย่างน้อย 3 ชม. สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ใครมีแพลนบินเร็วๆ นี้ เซฟเก็บไว้ดู หรือแชร์ต่อให้เพื่อนร่วมทริปได้เลย! ✈️

  • 5 วิธีเลือกกระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว ขึ้นเครื่องได้แน่นอน ไม่โดนปรับ [ฉบับอัปเดต 2026]

    การจัดกระเป๋าเตรียมตัวเดินทาง สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดอย่างหนึ่งคือการลุ้นว่า  “กระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว”  ที่เรามี จะสามารถถือขึ้นเครื่อง (Carry-on) ได้จริงไหม? เพราะบางครั้งขนาดที่ระบุว่า 20 นิ้วเหมือนกัน แต่กลับโดนเจ้าหน้าที่สั่งให้โหลดใต้เครื่องและเสียค่าปรับหน้าเกทแบบไม่คาดคิด วันนี้  bbag  จะมาแชร์ 5 เคล็ดลับการเลือกกระเป๋าเดินทางขนาดขึ้นเครื่อง ให้ผ่านฉลุยทุกสายการบิน พร้อมข้อมูลขนาดที่ถูกต้องเพื่อให้คุณเดินทางได้อย่างมั่นใจ 1. เช็กขนาดรวม (Dimensions) ต้องวัดรวมล้อและหูจับ หลายคนพลาดเพราะวัดแค่ตัวบอดี้กระเป๋า แต่กฎของสายการบินส่วนใหญ่จะวัด ขนาดรวม (Total Dimensions) ซึ่งต้องรวมล้อ หูจับ และฐานรองกระเป๋าด้วย มาตรฐานสากล:  ส่วนใหญ่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน  56 x 36 x 23 ซม. Tip: ก่อนซื้อกระเป๋า ควรตรวจสอบสเปกสินค้าให้ชัดเจนว่าขนาดที่ระบุคือ "ขนาดรวม" แล้วหรือยัง 2. เลือกวัสดุที่น้ำหนักเบา (Lightweight Material) น้ำหนัก Carry-on ส่วนใหญ่จำกัดที่  7 - 10 กิโลกรัม ดังนั้นยิ่งกระเป๋าเปล่าเบามากเท่าไหร่ คุณยิ่งใส่ของได้มากขึ้น วัสดุแนะนำ:   Polycarbonate (PC) 100%  เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะมีน้ำหนักเบาแต่มีความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีกว่าวัสดุ ABS ทั่วไป 3. ฟังก์ชันช่องเปิดหน้า (Front Access) เพื่อความสะดวก ปัจจุบันการพกพาสิ่งของมีค่าอย่าง Laptop หรือ Tablet ขึ้นเครื่องเป็นเรื่องปกติ การเลือกกระเป๋าที่มี  ช่องเปิดด้านหน้า  จะช่วยให้คุณหยิบสิ่งของออกมาสแกนที่จุดตรวจความปลอดภัยได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องกางกระเป๋าออกทั้งหมดกลางสนามบิน 4. ระบบล้อคู่ (Double Wheels) ลื่นไหล 360 องศา การเดินทางในอาคารผู้โดยสารที่กว้างขวาง กระเป๋าที่มีล้อคู่จะช่วยกระจายน้ำหนักได้ดีกว่า ทำให้ลากผ่านพรมหรือพื้นผิวขรุขระได้ลื่นไหล ไม่ต้องออกแรงดึงมาก ช่วยลดความเสี่ยงที่ล้อจะหักหรือชำรุดระหว่างการเดินทาง 5. มาตรฐานความปลอดภัย TSA Lock แม้จะเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง แต่ความปลอดภัยก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกรุ่นที่มีระบบล็อกมาตรฐาน  TSA (Transportation Security Administration)  เพื่อป้องกันสิ่งของสูญหาย และในกรณีที่ที่เก็บของบนเครื่องเต็มจนต้องส่งกระเป๋าลงใต้เครื่อง (Gate Check) เจ้าหน้าที่ก็สามารถตรวจสอบได้โดยไม่ทำลายตัวล็อกของคุณ สรุปขนาดกระเป๋า Carry-on สายการบินยอดฮิตที่คนไทยนิยม สายการบิน ขนาดสูงสุด (ซม.) น้ำหนักสูงสุด การบินไทย (Thai Airways) 56 x 45 x 25 7 kg AirAsia / Thai AirAsia 56 x 36 x 23 7 kg (รวม 2 ใบ) Nok Air 56 x 36 x 23 7 kg Thai Lion Air 40 x 30 x 20 7 kg ข้อแนะนำ : สำหรับใ ครที่บิ นกับ Thai Lion Air ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะขนาดกระเป๋าที่อนุญาตจะเล็กกว่าสายการบินอื่นพอสมควร เลือกกระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว ที่ตอบโจทย์คุณได้ที่ร้าน bbag ที่  bbag.co.th  เราคัดสรรกระเป๋าเดินทางจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ  Echolac, Caggioni, Caterpillar  และ  Giogracia Polo Club ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตรงตามมาตรฐานสายการบิน มีทั้งดีไซน์มินิมอลและฟังก์ชันครบครัน เพื่อให้ทริปต่อไปของคุณราบรื่นที่สุด สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือเลือกชมสินค้าได้ที่:   bbag.co.th

  • พาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่องได้กี่ก้อน 2569 สรุปชัด! ความจุเท่าไหร่พกได้ไม่โดนยึด

    ใครที่กำลังเตรียมตัว จัดกระเป๋าเดินทาง  ไปทริปหน้า คำถามยอดฮิตที่มักจะเกิดขึ้นเสมอคือ พาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่องได้ไหม?  หรือพกความจุได้เท่าไหร่? เพื่อให้ผ่านจุดตรวจความปลอดภัยได้แบบฉลุย ไม่ต้องเสียดายของที่หน้าเคาน์เตอร์ วันนี้ bbag มีคำตอบมาฝาก กฎมาตรฐานความปลอดภัย IATA: ทำไมห้ามโหลดใต้เครื่อง? ตามกฎมาตรฐานความปลอดภัยการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามนำ Power Bank (แบตเตอรี่สำรอง) ใส่กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลดใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด  เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนสูงและอัคคีภัย แต่คุณสามารถพกใส่กระเป๋าใบเล็กถือขึ้นเครื่อง (Carry-on) ได้ตามเงื่อนไขดังนี้ สรุปเงื่อนไข นำพาวเวอร์แบงก์ขึ้นเครื่องบิน ต้องความจุเท่าไหร่? ความจุไฟฟ้าไม่เกิน 20,000 mAh (หรือน้อยกว่า 100 Wh) : สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่จำกัดจำนวน(แต่บางสายการบินอาจอนุโลมให้ไม่เกิน 20 ก้อน หรือพิจารณาตามความเหมาะสม แนะนำให้เช็กประกาศของแต่ละสายการบินเป็นหลักครับ) ความจุไฟฟ้า 20,000 - 32,000 mAh (100 - 160 Wh) : สามารถนำขึ้นเครื่องได้ จำกัดไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน ความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh (หรือมากกว่า 160 Wh) :ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องในทุกกรณี   แม้กฎระบุว่าไม่เกิน 20,000 mAh จะนำขึ้นได้ไม่จำกัด แต่บางสายการบินอาจมีเกณฑ์เฉพาะส่วนตัว (เช่น ไม่เกิน 10-20 ก้อน) ควรเช็กประกาศของสายการบินที่ใช้บริการอีกครั้งเพื่อความชัวร์ กฎเหล็ก! พาวเวอร์แบงก์แบบไหนที่เสี่ยงโดนยึด? นอกจากเรื่องความจุแล้ว อีกข้อที่สำคัญมากคือ "ตัวเลขระบุความจุต้องชัดเจน"  หาก Power Bank ของคุณมีลักษณะดังนี้ เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์พิจารณายึดทันที: ตัวเลขระบุ mAh หรือ Wh หลุดลอก เลือนรางจนอ่านไม่ได้ ไม่มีสติกเกอร์หรือการสกรีนบอกความจุที่ตัวเครื่อง สภาพบวมหรือชำรุด เสี่ยงต่ออันตราย ดังนั้นก่อนนำพาวเวอร์แบงก์แพ็คลงกระเป๋า โปรดสังเกตดูให้ดี หากตัวเลขหลุดลอก เลือนราง หรือไม่มีการระบุความจุที่ชัดเจนจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ อาจถูกพิจารณา ยึดทิ้งและไม่ให้นำขึ้นเครื่อง ทันที แวะมาเลือกชมคอลเลกชันกระเป๋าเดินทางจากแบรนด์ชั้นนำ ( Echolac , Caggioni , Caterpillar , Giogracia Polo Club ) ได้ที่ bbag.co.th   พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของคุณ

ดูทั้งหมด
bottom of page