7เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะกับทริปของคุณ



 
สุดสัปดาห์นี้ใครที่มีแผนเดินทางไปเที่ยว หรือไปทำงาน สิ่งสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามไป คือ “กระเป๋าเดินทาง” 
ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์สวยหรือใส่ของได้เยอะๆเท่านั้นเชื่อว่ามีหลายคนที่ยังไม่รู้วิธีเลือกกระเป๋าวันนี้เรามาแนะนำ
“7 เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะกับทริปของคุณ” 
ไว้เป็นตัวช่วยให้คุณเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง ไปดูกันเลยดีกว่า...
 
1. วัสดุกระเป๋า Soft CaseVSHard Caseต่างกันอย่างไร?
Soft Case (แบบผ้า)ใส่ของได้เยอะ มีความยืดหยุ่นดี มีซิปด้านหน้าสะดวกในการหยิบของ ข้อเสียคือ เสียทรงง่าย กันกระแทกได้ไม่ดีเท่าที่ควร  
จึงไม่ปกป้องสัมภาระด้านในกระเป๋าเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับกระเป๋าเดินทางแบบแข็ง  ไม่กันน้ำทำความสะอาดยาก วัสดุที่นำมาผลิตกระเป๋ามี 3 ชนิด ได้แก่
                   o ผ้าไนล่อน(Nylon)ไม่ยับง่ายคงรูปได้นาน รับน้ำหนักได้ดี
                     o ผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester)ยืดหยุ่นได้ดีแข็งแรง ทนทาน
       o ผ้าเคลือบอัดโฟมทรงสวย น้ำหนักเบา แข็งแรง



Hard Case กระเป๋าเดินทางแบบแข็ง  ปัจจุบัน กระเป๋าเดินทางแบบแข็ง เป็นที่นิยมมาก สำหรับลูกค้า เนื่องจาก มีน้ำหนักเบา  ทำความสะอาดง่าย กันน้ำ กันกระแทกได้ดี  ปกป้องดูแล สัมภาระในกระเป๋าได้ดี และ เสื้อผ้าไม่ยับง่าย  ข้อเสียคือ เป็นรอยขีดข่วนง่าย วัสดุที่นำมาผลิตกระเป๋ามี 4 ชนิด ได้แก่


PC (Polycarbonate)เนื้อพลาสติกคุณภาพสูง แข็งแรง ทนแรงยึดและแรงกระแทกได้ดีและมีน้ำหนักเบา ทนความร้อนสูง 
วัสดุ PC เป็นวัสดุเกรดราคาที่แพงที่สุด  และ แบรนด์ดัง ๆ ต่าง ๆ  จะใช้วัสดุ PC เป็นหลักในการผลิตกระเป๋า เช่น Rimowa, Samsonite

 
ABS(Acrylonitrile butadiene styrene)เนื้อพลาสติกมีความแข็งและเหนียว ทนแรงกระแทก ทนต่อแรงเสียดสี 
คงสภาพรูปร่างได้ดีวัสดุ ABS เป็นที่นิยมในตลาด เนื่องจากราคาไม่แพง 
และนำมาใช้ในหลาย ๆ อุตสาหกรรม เช่น ตู้เย็น รถยนต์ กล่องอาหาร และ อื่นๆ 


 
PP (Polypropylene) เนื้อพลาสติกมีความเหนียว ยืดหยุ่นสูงทนต่อแรงดึงแรงกระแทก 
ทรงตัวดีไม่ทนต่ออุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา  มีน้ำหนักเบา และ ราคาไม่แพง


 
Trick:ควรเลือกกระเป๋าที่มีลายด้านหน้า หรือร่องที่ตัวกระเป๋าจะช่วยรอยขีดข่วนได้ดีหากตรงมุมออกแบบให้มีมุมกระเป๋า 
ก็จะช่วยปกป้องลดแรงกระแทกได้มากขึ้น

2. “ล้อลาก” จุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
กระเป๋าเดินทางแบบ 4 ล้อ ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นกระเป๋าเดินทางล้อลากที่มีคนนิยมใช้กันมากขึ้น 
เพราะกระเป๋าแบบ 4 ล้อช่วยให้ลากกระเป๋าได้ง่ายขึ้น ลื่นกว่า และสามารถลากได้ทุกทิศทุกทาง แม้ตั้งกระเป๋าตรง ๆ 
ไม่ต้องเอียงก็สามารถลากกระเป๋าได้เช่นกัน จะเข็นจากด้านหลังกระเป๋าก็ยังทำได้ 
แม้ว่าต้องเจอกับพื้นที่คับแคบก็ยังสามารถลากกระเป๋าได้แบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องยกเลยทีเดียว
  
 
3. ซิป หูจับ คันชัก ต้องแข็งแรง 
ซิปเปิด-ปิดกระเป๋า เป็นส่วนที่เสียหายได้ง่าย ควรทดลองรูดซิปหลายๆที ซิปที่ดีต้องลื่นรูดง่ายไม่สะดุด
 

 
หูจับต้องมีความแข็งแรง เพราะส่วนนี้ทำหน้าที่รับน้ำหนักสัมภาระเวลาเราเคลื่อนย้ายกระเป๋า
  
 
คันชัก ควรทำมาจากอลูมิเนียมแท้ ๆ ไม่ใช่เหล็ก เพราะระยะยาวเมื่อเกิดความชื้นจะทำให้ขึ้นสนิม  และ มี ตัวล็อคก้านคันชักสามารถปรับระดับได้ 2 ระดับ ควรทดลองดึงขึ้น-ลงจนมั่นใจว่าแข็งแรง และไม่มีปัญหา
 
 
 
ขนาดกระเป๋าเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน
ขนาดเล็ก Size S: ตั้งแต่ 16 นิ้ว, 18นิ้วและ 20 นิ้ว เหมาะสำหรับการเดินทางระยะใกล้ 1-3 วันสามารถถือขึ้นเครื่องได้
 
ขนาดกลาง Size M:ตั้งแต่ 24 นิ้ว และ26 นิ้วเหมาะสำหรับการเดินทาง ประมาณ 3-5 วัน
 
ขนาดใหญ่  Size L: 28 นิ้ว เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล ประมาณ 5-7 วันขึ้นไป
 
Trick: ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งาน และเช็คกระเป๋าให้เหมาะสมกับสายการบิน  บางสายการบิน 
กำหนดขนาดกระเป๋าเดินทางสำหรับ ถือขึ้นเครื่อง และ น้ำหนัก แตกต่างกันไป เช่นกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ควรอยู่ในขนาด และ น้ำหนัก
กระเป๋าเดินทาง สำหรับ load ควรมีขนาดไม่เกิน สำหรับบางสายการบิน และ น้ำหนัก แตกต่างกัน ตามสายการบินกำหนด

    
 
4. ฟังก์ชั่นการใช้งานต้องตอบโจทย์การใช้งาน
ฟังก์ชั่นการใช้งานต้องครบครัน เช่น น้ำหนักเบา  มีช่องเก็บของต้องมีเพียงพอ ช่วยในการเก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มีสายรัดด้านใน ช่วยให้รัดสัมภาระให้มีขนาดเล็กลง เพิ่มพื้นที่การใช้งานได้มากขึ้น   ปัจจุบันลูกค้าหลายท่านจะชอบกระเป๋าเดินทาง รุ่นที่มีซิปขยาย เมื่อใส่สัมภาระไม่เพียงพอ สามารถเปิดซิปขยาย และ ใส่ของได้มากขึ้นประมาณ 15%-20%นอกจากนี้กระเป๋าเดินทาง บางรุ่น ยังมีเครื่องชั่งน้ำหนักในตัว  ซึ่งเมื่อใส่ของ เราสามารถรู้ได้ทันทีเลยว่ากระเป๋าเราน้ำหนักเท่าไร เกินน้ำหนักที่สายการบินกำหนดไหม  
 
5. มีระบบกุญแจล็อคใช้หมายเลข หรือ กุญแจ ในการล็อค พร้อมระบบ TSA
ปัจจุบันระบบกุญแจที่ใช้ล็อคเพื่อความปลอดภัย ของกระเป๋าเดินทาง คือ ตัวเลข หรือ แม่กุญแจ สอดคล้องเข้าไประหว่างหางซิปด้วยกัน 
นอกจากนี้ยังมีระบบกุญแจล็อคกระเป๋า TSA (Transportation Security Administration) หรือหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของสหรัฐอเมริกา กระเป๋าที่ดีได้มาตรฐานสากล จะติดสัญลักษณ์สีแดงที่มีรูปร่างคล้ายข้าวหลามตัดอยู่ใกล้ๆ กับรูกุญแจ หรือตัวหมุนรหัส  
ระบบกุญแจนี้จะมีราคาสูงกว่าระบบกุญแจปกติทั่วไป 


 
ถึงแม้ว่าเราจะตั้งรหัสล็อคกระเป๋าไว้ หากเห็นความผิดปกติ หรือต้องสงสัยของกระเป๋าใบไหน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย TSA ในสนามบินจะมีดอกกุญแจ สามารถเปิดกระเป๋าและตรวจสอบได้เลย ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสนามบิน ซึ่งมีสิทธิ์ตรวจสอบกระเป๋าทุกใบโดยไม่ต้องขออนุญาต ช่วยให้ไม่ต้องงัด หรือกรีดกระเป๋าเหมือนในอดีต สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.travelsentry.org
 
6. ต้องมีรับประกันสินค้า!
“กระเป๋าเดินทางมีรูปลักษณ์สวย คุณภาพดี ต้องมีการรับประกันหลังการขาย  เพราะระหว่างเดินทางกระเป๋าของเราอาจจะถูกโยน
หรือถูกกระแทกขณะนำไปจัดเก็บ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากที่เราต้องให้ความใส่ใจในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางจากบริษัทที่เป็นผู้ผลิตสินค้านั้น  
และ  มีประสบการณ์มายาวนาน พร้อมกับศูนย์ซ่อมบริการหลังการขาย  
จะเห็นได้ว่า การเลือกกระเป๋าเดินทางดีๆ สักใบ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการเลือกกระเป๋าให้เหมาะกับการใช้งาน 
ก็จะช่วยให้คุณเดินทางไร้อุปสรรคและช่วยประหยัดเงินในระยะยาวอีกด้วย
อ่านมาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนคงอยากเดินไปหากระเป๋าเดินทางคุณภาพดีๆ สักใบไว้สำหรับทริปเดินทางสุดพิเศษกันแล้วใช้ไหม? 
แต่อย่าลืมจ่ายเงินซื้อกระเป๋าเดินทางทั้งที ต้องเลือกกระเป๋า แบบสวย ฟังก์ชั่นการใช้งานเยอะ คุณภาพดี และการรับประกันหลังการขาย แนะนำ https://www.bbag.co.th/ มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ ราคาไม่แพง แถมบางช่วงมีโปรโมชั่นดีๆอีกด้วย